ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยยังคงพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังความร้อน (Thermal)
โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ในฐานะ “Base Load” ของประเทศ
ในขณะที่พลังงานหมุนเวียน (Renewable) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
👉 ส่งผลให้เกิด “ความไม่สอดคล้องของบทบาทระบบ”:
Thermal ถูกใช้เป็นตัวหลัก (Base Load)
Renewable ถูกจำกัดเป็นเพียงตัวเสริม
จาก:
Thermal = Base Load ของระบบ
ไปสู่:
Thermal = Flexible Backup System
โดยมีบทบาทใหม่:
รองรับช่วงที่ Renewable ไม่เพียงพอ
ทำงานแบบ ramp ขึ้นลงเร็ว
ใช้งานเฉพาะช่วงจำเป็น (Peak / Emergency)
ประเทศไทยมีสินทรัพย์เดิมที่สามารถ “ปรับใช้ได้ทันที”:
โรงไฟฟ้า Gas จำนวนมาก (ปรับเป็น flexible ได้)
โรงไฟฟ้าเดิมสามารถ retrofit เป็น Biomass / Waste ได้
มีโครงสร้างพื้นฐาน (Grid + Location) พร้อมใช้งาน
👉 ทำให้ไม่ต้อง “สร้างใหม่ทั้งหมด” แต่สามารถ “ปรับบทบาท”
หากไม่ปรับบทบาท Thermal:
Renewable จะไม่สามารถขึ้นเป็นระบบหลักได้
ระบบจะมี Overcapacity ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
👉 ส่งผลให้:
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน “ติดล็อกอยู่กับระบบเดิม”
ประเทศไทยต้องดำเนินการ:
โดยมีแนวทาง:
ปรับ Thermal จาก Base Load → Backup
Retrofit โรงไฟฟ้าเป็น Biomass / Waste / Hybrid
พัฒนา Flexible Generation (Fast ramping)
ลดบทบาท Fossil ในระยะยาว
👉 เพื่อให้ Thermal กลายเป็น
“โครงสร้างรองรับระบบพลังงานใหม่” ไม่ใช่ตัวหลัก
• AC-SI004-03-01: Thermal Repurposing & Flexibility Program
"โครงการปรับบทบาทและโครงสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อน เพื่อเป็นระบบสำรองที่รองรับความผันผวนของพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ"