SI-010-05 :
Talent Intelligence & Data Infrastructure
โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและระบบอัจฉริยะด้านบุคลากร
โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและระบบอัจฉริยะด้านบุคลากร
ระบบข้อมูลด้านทุนมนุษย์ของประเทศไทยยังมีลักษณะกระจัดกระจายสูง โดยข้อมูลด้านแรงงาน การศึกษา และทักษะ ถูกแยกอยู่ในหลายหน่วยงานและหลายระบบที่มีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันอย่างจำกัด
ข้อมูลจำนวนมากยังล้าสมัย ไม่สอดคล้องกัน และไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์หรือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
ประเทศไทยยังไม่มีภาพรวมระดับชาติที่เป็นเอกภาพเกี่ยวกับอุปทานกำลังคน การกระจายตัวของทักษะ การเคลื่อนย้ายแรงงาน หรือช่องว่างทักษะแห่งอนาคต
ส่งผลให้การกำหนดนโยบาย การวางแผนกำลังคน และการออกแบบระบบการศึกษา มักดำเนินอยู่บนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือมีความล่าช้าในการอัปเดต
การบริหารจัดการทุนมนุษย์จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจัดกระจาย ไปสู่ระบบอัจฉริยะด้านบุคลากร (Talent Intelligence System) แบบบูรณาการและแบบเรียลไทม์อย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลต้องทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถสะท้อนภาพรวมด้านอุปทาน ความต้องการ และการเคลื่อนย้ายกำลังคนได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องนำการวิเคราะห์ขั้นสูง AI และโมเดลคาดการณ์ มาใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้จริง สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม
ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการนำระบบข้อมูลมาใช้งานเพิ่มขึ้นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
หน่วยงานภาครัฐมีการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การจ้างงาน และประกันสังคมอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาบูรณาการร่วมกันได้
นอกจากนี้ การผลักดันด้านรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ ยังสร้างรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์และสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันได้ (Interoperable Data Platforms)
แพลตฟอร์มของภาคเอกชน (เช่น ระบบ HR แพลตฟอร์มหางาน และผู้ให้บริการฝึกอบรม) สร้างข้อมูลความถี่สูงจำนวนมาก ซึ่งสามารถเสริมศักยภาพให้ระบบอัจฉริยะด้านบุคลากรระดับชาติได้ หากมีการบูรณาการอย่างเหมาะสม
การที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก ยังเอื้อให้สามารถเปรียบเทียบและอ้างอิงมาตรฐานทักษะและแนวโน้มแรงงานในระดับสากลได้
ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Cloud Computing และ AI ยังช่วยลดข้อจำกัดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่สามารถขยายตัวได้ มีความปลอดภัย และรองรับการใช้งานในระดับประเทศ
หากประเทศไทยไม่มีระบบอัจฉริยะด้านบุคลากรแบบบูรณาการ ประเทศจะยังคงดำเนินนโยบายภายใต้การมองเห็นภาพรวมทุนมนุษย์ที่จำกัด ส่งผลให้เกิดนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความไม่สอดคล้องด้านทักษะอย่างต่อเนื่อง และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า
การขาดข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว จะกลายเป็นข้อจำกัดต่อประสิทธิผลของการปฏิรูประบบกำลังคนในทุกด้าน
ในทางกลับกัน โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่เข้มแข็งจะช่วยให้ประเทศสามารถกำหนดนโยบายได้อย่างแม่นยำ ปรับตัวเชิงระบบได้รวดเร็วขึ้น และสร้างความสอดคล้องระหว่างการพัฒนาบุคลากรกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
AC-SI-010-05-01: Establish National Talent Intelligence Platform (Unified Data Layer)
จัดตั้งแพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านบุคลากรระดับชาติ (ชั้นข้อมูลกลางแบบบูรณาการ)
AC-SI-010-05-02: Integrate Cross-Agency Data Systems (Education, Labor, Industry)
บูรณาการระบบข้อมูลข้ามหน่วยงาน (การศึกษา แรงงาน และภาคอุตสาหกรรม)
AC-SI-010-05-03: Develop Real-Time Workforce Analytics & Dashboards
พัฒนาระบบวิเคราะห์และแดชบอร์ดกำลังแรงงานแบบเรียลไทม์
AC-SI-010-05-04: Implement AI-Driven Skill Gap & Demand Forecasting Models
ดำเนินการใช้โมเดล AI สำหรับวิเคราะห์ช่องว่างทักษะและคาดการณ์ความต้องการกำลังคน
AC-SI-010-05-05: Create Data Governance, Privacy & Security Framework
สร้างกรอบการกำกับดูแลข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล
AC-SI-010-05-06: Enable Open Data & API Ecosystem for Public–Private Collaboration
ส่งเสริมระบบ Open Data และ API Ecosystem เพื่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน