SI-010-06 :
Public–Private Talent Co-Creation Framework
กรอบความร่วมมือร่วมสร้างกำลังคนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
กรอบความร่วมมือร่วมสร้างกำลังคนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ระบบการพัฒนากำลังคนของประเทศไทยยังคงขับเคลื่อนโดยภาครัฐเป็นหลัก ขณะที่การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการกำหนดทิศทางด้านการศึกษา การฝึกอบรม และยุทธศาสตร์กำลังคน ยังมีอยู่อย่างจำกัดและไม่ต่อเนื่อง
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา มักเกิดขึ้นในลักษณะเฉพาะกิจ เป็นรายโครงการ และขาดความต่อเนื่องในระดับสถาบัน
ส่งผลให้หลักสูตร โครงการฝึกอบรม และมาตรฐานทักษะ มักล้าหลังต่อความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่พร้อมทำงานจริง
การขาดกลไกการร่วมสร้างอย่างเป็นระบบ ยังนำไปสู่แรงจูงใจที่ไม่สอดคล้องกัน การดำเนินงานซ้ำซ้อน และการใช้ศักยภาพของภาคเอกชนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
Talent development must transition from a government-led model to a co-created ecosystem where public and private sectors jointly design, deliver, and continuously refine talent systems.
The private sector must move from being a passive “end-user” of talent to an active co-architect of workforce development.
Collaboration should be institutionalized, data-driven, and outcome-oriented, ensuring continuous alignment between talent supply and industry demand.
การพัฒนากำลังคนจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ไปสู่ระบบนิเวศแบบร่วมสร้าง ที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันออกแบบ ดำเนินการ และพัฒนาระบบกำลังคนอย่างต่อเนื่อง
ภาคเอกชนจำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ใช้กำลังคนปลายทาง” ไปสู่การเป็นผู้ร่วมออกแบบระบบพัฒนากำลังคนอย่างจริงจัง
ความร่วมมือดังกล่าวควรถูกสถาปนาให้เป็นกลไกเชิงสถาบัน ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และมุ่งเน้นผลลัพธ์ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องอย่างต่อเนื่องระหว่างอุปทานกำลังคนกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ประเทศไทยมีภาคเอกชนที่เข้มแข็งและหลากหลาย ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs ที่มีความเชี่ยวชาญเชิงปฏิบัติการอย่างลึกซึ้งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ
กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก (เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยว และการเกษตร) ยังสามารถทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มธรรมชาติสำหรับการร่วมพัฒนากำลังคนเฉพาะสาขาได้
นอกจากนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นด้านการพัฒนากำลังคน
กรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถขยายขอบเขตให้ครอบคลุมการพัฒนาทุนมนุษย์ในฐานะองค์ประกอบหลักได้
โครงการฝึกอบรมและสถาบันการเรียนรู้ภายในองค์กรของภาคธุรกิจ ยังสามารถนำมาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของระบบกำลังคนระดับชาติได้
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเชื่อมโยงอยู่กับห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคและระดับโลก ยังสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น
หากไม่มีกรอบความร่วมมือร่วมสร้างที่เป็นระบบ ระบบกำลังคนจะยังคงขาดความเชื่อมโยงกับความต้องการทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ส่งผลให้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะและการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขันยังคงดำรงอยู่
การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว จะไม่เพียงพอต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน รูปแบบความร่วมมือร่วมสร้างระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มแข็ง จะช่วยให้การพัฒนาทักษะสอดคล้องกับความต้องการได้รวดเร็วขึ้น ระบบฝึกอบรมมีความเกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจมากขึ้น และสร้างกำลังแรงงานที่มีความคล่องตัวเพียงพอในการรองรับอุตสาหกรรม New S-Curve
AC-SI-010-06-01: Establish National Public–Private Talent Council
จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือด้านกำลังคนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนระดับชาติ
AC-SI-010-06-02: Develop Industry-Led Skills Standards & Certification Systems
พัฒนามาตรฐานทักษะและระบบการรับรองที่ขับเคลื่อนโดยภาคอุตสาหกรรม
AC-SI-010-06-03: Co-Design Curriculum & Training Programs with Industry
ร่วมออกแบบหลักสูตรและโครงการฝึกอบรมกับภาคอุตสาหกรรม
AC-SI-010-06-04: Scale Work-Integrated Learning & Apprenticeship Models
ขยายรูปแบบการเรียนรู้ร่วมกับการทำงานจริงและระบบฝึกงานเชิงวิชาชีพ (Apprenticeship)
AC-SI-010-06-05: Create Incentive Framework for Private Sector Participation
สร้างกรอบแรงจูงใจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
AC-SI-010-06-06: Build Sector-Based Talent Ecosystems & Centers of Excellence
พัฒนาระบบนิเวศกำลังคนรายสาขาและศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้าน