การพัฒนาเมืองของประเทศไทยยังคงมีลักษณะรวมศูนย์สูง โดยกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และโครงสร้างพื้นฐาน
แม้เมืองภูมิภาคจะมีการเติบโต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ได้แก่
ความไม่สมดุลของโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค
การขาดความเชี่ยวชาญเชิงเศรษฐกิจและการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในเมืองรอง
การเชื่อมโยงที่ยังไม่เข้มแข็งระหว่างเมืองกับเศรษฐกิจชนบทโดยรอบ
ปัญหาความแออัด ประสิทธิภาพต่ำ และคุณภาพชีวิตที่ลดลงในเมืองหลัก
การใช้ประโยชน์จากตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่ภูมิภาคยังไม่เต็มศักยภาพ
ส่งผลให้โครงสร้างเมืองของประเทศมีลักษณะ “ศูนย์กลางเดียว” (single-core system) ที่การเติบโตกระจุกตัว แต่กระจายไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดทั้งความไม่มีประสิทธิภาพและความเปราะบางในระยะยาว
รูปแบบเมืองของโลกกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพา “มหานครศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว” ไปสู่ “เครือข่ายเมืองระดับภูมิภาคแบบหลายศูนย์” (polycentric development)
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่:
จากการเติบโตแบบรวมศูนย์ → สู่การกระจายตัวของศูนย์กลางเศรษฐกิจหลายจุด
จากเมืองที่ทำหน้าที่ทั่วไป → สู่เมืองที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ หรือนวัตกรรม
จากการแยกขาดระหว่างเมืองกับชนบท → สู่ระบบเศรษฐกิจภูมิภาคที่เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ
จากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน → สู่ระบบเมืองอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันและมีความยืดหยุ่น
เมืองจึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของประชากรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์” และ “จุดเชื่อมโยงทางภูมิรัฐศาสตร์” ที่สำคัญ
ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนา “เครือข่ายศูนย์กลางพลังระดับภูมิภาค” (Network of Regional Power Nodes) โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่
ตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ณ ศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่
การมีเมืองหลายแห่งที่มีศักยภาพแฝง ทั้งด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน
โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น โครงข่ายถนน รถไฟ ท่าเรือ และสนามบิน
ความสามารถในการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ระดับชาติ (SI-007, SI-008, SI-012)
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค
ปัจจัยเหล่านี้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่
“ระบบประเทศแบบหลายศูนย์” (Multi-Node National System)
ซึ่งการเติบโตจะไม่กระจุกตัวอยู่ที่จุดเดียว แต่กระจายตัวอย่างมีการออกแบบและประสานกันในเชิงยุทธศาสตร์
ประเทศไทยสามารถออกแบบ “สถาปัตยกรรมการพัฒนาเมืองและภูมิภาคแบบหลายชั้น” ได้ดังนี้
ชั้นศูนย์กลางหลัก (Primary Node Layer): กรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกและศูนย์บัญชาการ
ชั้นศูนย์กลางพลังภูมิภาค (Regional Power Nodes Layer): เมืองสำคัญที่มีบทบาทเศรษฐกิจเฉพาะด้าน
ชั้นโครงข่ายเชื่อมโยง (Corridor Layer): ระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมเมืองและภูมิภาคเข้าด้วยกัน
ชั้นบูรณาการเมือง–ชนบท (Urban–Rural Integration Layer): การเชื่อมโยงเมืองกับฐานการผลิตโดยรอบ
ชั้นดิจิทัล (Digital Layer): ระบบเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (SI-011)
โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่:
กลไกการวางแผนและประสานงานในระดับชาติ
การลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาภูมิภาค
การเชื่อมโยงกับระบบโลจิสติกส์ พลังงาน และอาหาร
โครงสร้างนี้จะทำให้เมืองต่าง ๆ ทำงานในลักษณะ “โหนดที่เชื่อมโยงกัน” แทนที่จะเป็นหน่วยที่แยกขาดจากกัน
หากไม่มีการยกระดับระบบเมือง:
การกระจุกตัวในกรุงเทพฯ จะยังคงดำเนินต่อไป นำไปสู่ความแออัดและความไม่มีประสิทธิภาพ
ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคและการพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงจะยังคงอยู่
โอกาสในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสร้างความยืดหยุ่นจะสูญเสียไป
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะด้อยลงเมื่อเทียบกับประเทศที่มีโครงสร้างเมืองแบบเครือข่าย
ในทางกลับกัน หากพัฒนาเป็นระบบเมืองแบบหลายศูนย์ (multi-node):
ประเทศจะเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนมากขึ้น
เกิดความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและผลิตภาพที่สูงขึ้นในแต่ละพื้นที่
เสริมความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
เพิ่มความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจผ่านการกระจายศูนย์กลางการเติบโต
ประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านจากโมเดลที่ยึดกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง ไปสู่ “เครือข่ายศูนย์กลางพลังระดับภูมิภาคที่ประสานกันอย่างเป็นระบบ” โดยดำเนินการในประเด็นสำคัญดังนี้
พัฒนาเมืองสำคัญให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์เฉพาะด้าน
เสริมความเชื่อมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและดิจิทัล
บูรณาการเศรษฐกิจเมืองและชนบทให้เป็นระบบภูมิภาคเดียวกัน
ใช้จุดแข็งเฉพาะของแต่ละภูมิภาคในการพัฒนาแบบมุ่งเป้า
จัดแนวการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติ เช่น ดิจิทัล โลจิสติกส์ อาหาร และพลังงาน
เป้าหมายคือการสร้าง “ระบบประเทศแบบกระจายศูนย์แต่บูรณาการ” ที่เมืองต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ของการเติบโต นวัตกรรม และการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ
SI-013-01: Bangkok Rebalancing & Global City Positioning Strategy
ยุทธศาสตร์ปรับสมดุลกรุงเทพฯและการวางตำแหน่งสู่มหานครระดับโลก
SI-013-02: Regional Power Nodes Development (Specialized City Clusters)
การพัฒนาโหนดพลังเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (คลัสเตอร์เมืองเฉพาะทาง)
SI-013-03: Economic Corridors & Intercity Connectivity Integration
การบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจและการเชื่อมต่อระหว่างเมือง
SI-013-04: Smart City Infrastructure & Urban Digital Systems
(Integration with SI-011)
โครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะและระบบดิจิทัลเมือง (บูรณาการกับ SI-011)
SI-013-05: Urban–Rural Economic Integration & Regional Value Chains
การบูรณาการเศรษฐกิจเมือง–ชนบทและห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค
SI-013-06: Cross-Border City Clusters & ASEAN Gateway Cities
คลัสเตอร์เมืองข้ามพรมแดนและเมืองประตูสู่อาเซียน
SI-013-07: Urban Governance, Financing & Decentralization Reform
การปฏิรูปธรรมาภิบาลเมือง การเงินเมือง และการกระจายอำนาจ