ประเทศไทยมีศักยภาพชีวมวล (Biomass) สูงจากภาคการเกษตร
เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด กากอ้อย และเศษวัสดุอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน:
วัสดุเหล่านี้จำนวนมากถูก “เผาทิ้งในที่โล่ง”
ไม่มีระบบรวบรวมและกระจายเชื้อเพลิงที่เป็นระบบ
โรงไฟฟ้า Biomass ขาดความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง (Fuel Supply Uncertainty)
👉 ส่งผลให้ Biomass ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็น Base Load ได้จริง
จาก:
Biomass = ของเหลือ / ของเสีย / ภาระในการจัดการ
ไปสู่:
Biomass = “เชื้อเพลิงเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ”
โดยต้องมี:
ระบบรวบรวมระดับพื้นที่ (Local Collection)
ระบบกระจายเชื้อเพลิง (Fuel Logistics)
กลไกราคาที่จูงใจ (Market Mechanism)
ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญ:
เป็นประเทศเกษตรกรรม → มีวัตถุดิบจำนวนมาก
มีฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน → คาดการณ์ supply ได้
มีพื้นที่ชนบทกระจาย → เหมาะกับระบบพลังงานกระจาย
👉 สามารถพัฒนา “Biomass Economy” ควบคู่กับพลังงานได้
หากไม่มีระบบ Biomass Supply Chain:
โรงไฟฟ้า Biomass จะไม่สามารถเดินเครื่องต่อเนื่อง
Renewable จะขาด “Base Load” ที่เสถียร
ปัญหา PM2.5 จากการเผาจะยังคงอยู่
👉 ส่งผลให้:
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน “ไม่สมบูรณ์”
ประเทศไทยต้องสร้าง:
โดยมีองค์ประกอบหลัก:
ลานรับซื้อ Biomass ระดับอำเภอ
ระบบ Logistics เชื้อเพลิง
กลไกราคากลาง (Guaranteed Price)
การเชื่อมโยงกับโรงไฟฟ้า Biomass / Waste
👉 เพื่อให้ Biomass กลายเป็น:
Base Load ของ Renewable
เครื่องมือแก้ PM2.5 เชิงโครงสร้าง
แหล่งรายได้ใหม่ของเกษตรกร
“เมื่อเศษวัสดุมีมูลค่า
จะไม่มีใครเผามันอีกต่อไป”
• AC-SI004-02-01: Thailand Biomass Supply Chain Platform
แพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานชีวมวลของประเทศไทย